ดอกไม้งานศพ

ดอกไม้งานศพ นิยมใช้ดอกอะไร? ความหมายแต่ละชนิด ราคา และวิธีเลือกให้เหมาะกับงาน

ดอกไม้งานศพ นิยมใช้เบญจมาศ กุหลาบขาว ลิลลี่ กล้วยไม้ สรุปความหมายแต่ละชนิด ช่วงราคาตลาด วิธีเลือกตามงบและสถานที่ พร้อมข้อต่างของงานพุทธ จีน และคริสต์

แชร์:

เมื่อต้องเตรียมงานให้ผู้เป็นที่รัก คำถามแรกของเจ้าภาพเกือบทุกบ้านคือดอกไม้งานศพควรใช้ดอกอะไร สีไหน และแต่ละดอกสื่อความหมายว่าอย่างไร คำตอบโดยสรุปคือดอกไม้ที่นิยมที่สุดในงานศพไทยได้แก่เบญจมาศขาว กุหลาบขาว ลิลลี่ กล้วยไม้ และมัม โดยยึดโทนขาว ครีม เขียว เป็นหลักเพราะสื่อถึงความบริสุทธิ์และความอาลัยอย่างสงบ บทความนี้ทีมงาน Boonforal พาไปรู้จักดอกไม้แต่ละชนิดพร้อมความหมาย วิธีเลือกให้เหมาะกับงบประมาณและสถานที่ รวมถึงข้อแตกต่างของการใช้ดอกไม้ในงานแต่ละศาสนา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ครบจบในที่เดียว

ดอกไม้งานศพ นิยมใช้ดอกอะไรบ้าง?

ดอกไม้งานศพที่นิยมใช้ในไทยมีห้ากลุ่มหลัก คือเบญจมาศและมัมโทนขาว กุหลาบขาว ลิลลี่ขาว กล้วยไม้ และดอกไม้เสริมอย่างยิปโซกับใบไม้โทนเขียว ทั้งหมดนี้ใช้ได้ทั้งจัดหน้าหีบ จัดหน้าเมรุ ทำพวงหรีด และช่อวางหน้ารูป เหตุผลที่ห้ากลุ่มนี้ครองความนิยมคือโทนสีสุภาพ กลิ่นไม่ฉุน และทนสภาพอากาศในศาลาได้หลายวัน

การเลือกใช้จริงมักผสมกันมากกว่าใช้ดอกเดียวล้วน ช่างจัดดอกไม้จะใช้เบญจมาศหรือมัมเป็นดอกพื้นเพราะฟอร์มแน่นและราคาเข้าถึงได้ แซมด้วยกุหลาบขาวหรือลิลลี่เป็นดอกเด่นตรงจุดสายตา แล้วเก็บรายละเอียดด้วยยิปโซและใบเฟิร์นให้ชิ้นงานดูนุ่มนวล สัดส่วนแบบนี้ทำให้ควบคุมงบได้โดยที่งานยังดูสง่างาม ส่วนงานที่ต้องการความหรูหราเป็นพิเศษ เช่น งานของผู้ใหญ่ที่มีแขกจำนวนมาก นิยมเพิ่มสัดส่วนลิลลี่และกล้วยไม้ให้มากขึ้น หรือใช้กุหลาบนำเข้าก้านยาวทั้งชุด ซึ่งราคาจะขยับขึ้นตามชนิดและปริมาณดอกที่เลือก ปริมาณดอกที่ใช้จริงต่อหนึ่งงานมากกว่าที่หลายคนคิด ชุดหน้าหีบมาตรฐานหนึ่งชุดใช้ดอกไม้รวมแล้วหลายร้อยดอก ยิ่งเป็นการจัดหน้าเมรุแบบเต็มพื้นที่ อาจใช้เบญจมาศเป็นหลักหลายสิบกำบวกดอกเด่นอีกจำนวนมาก การเข้าใจสัดส่วนนี้ช่วยให้เจ้าภาพอ่านใบเสนอราคาของร้านได้อย่างเข้าใจว่าค่าใช้จ่ายมาจากอะไร อากาศก็เป็นตัวแปรที่มืออาชีพคำนึงเสมอ ศาลาแบบเปิดที่อากาศร้อนควรเลี่ยงดอกที่ช้ำง่ายอย่างไฮเดรนเยีย แล้วเลือกดอกที่อึดกว่าอย่างเบญจมาศ มัม และกล้วยไม้เป็นโครงหลักแทน

ดอกไม้แต่ละชนิดในงานศพมีความหมายอย่างไร?

ความหมายโดยรวมของดอกไม้โทนขาวในงานศพคือความบริสุทธิ์ ความเคารพ และการไว้อาลัย โดยแต่ละชนิดมีนัยเฉพาะ เบญจมาศสื่อถึงความจริงใจและความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ กุหลาบขาวสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ลิลลี่ขาวสื่อถึงจิตวิญญาณที่กลับคืนสู่ความสงบ ส่วนกล้วยไม้สื่อถึงความรักและความผูกพันที่ยั่งยืน

ในบรรดาดอกไม้ทั้งหมด เบญจมาศคือดอกที่ผูกกับพิธีไว้อาลัยแน่นแฟ้นที่สุดในวัฒนธรรมเอเชีย หลายประเทศอย่างญี่ปุ่นและจีนใช้เบญจมาศขาวเป็นดอกไม้หลักของงานศพมาแต่โบราณ ธรรมเนียมนี้ส่งอิทธิพลถึงไทยผ่านทั้งพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจีนของครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ตารางด้านล่างสรุปความหมายและการใช้งานของดอกไม้ยอดนิยมแต่ละชนิด พร้อมช่วงราคาตลาดโดยประมาณจากปากคลองตลาดและร้านดอกไม้กรุงเทพฯ เดือนกรกฎาคม 2569

ชนิดดอกไม้ความหมายเหมาะกับราคาโดยประมาณ
เบญจมาศ / มัม ขาวความจริงใจ ความกตัญญูดอกพื้นทุกงาน พวงหรีด หน้าหีบกำละ 40–80 บาท
กุหลาบขาวความรักอันบริสุทธิ์ดอกเด่นหน้าหีบ ช่อหน้ารูปดอกละ 10–35 บาท
ลิลลี่ขาวจิตวิญญาณสู่ความสงบงานหรู หน้าเมรุ แจกันคู่ก้านละ 60–150 บาท
กล้วยไม้ขาว/ม่วงความผูกพันยั่งยืนแซมงานทุกแบบ ทนอากาศร้อนช่อละ 30–60 บาท
ยิปโซ/ใบเขียวความอ่อนโยน แต้มเต็มช่องว่างเก็บรายละเอียดทุกชิ้นงานกำละ 30–60 บาท

เลือกดอกไม้งานศพอย่างไรให้เหมาะกับงบประมาณและสถานที่?

หลักการเลือกมีสามข้อ คือกำหนดงบรวมก่อน เลือกจุดที่ต้องเด่นที่สุดเพียงจุดเดียว แล้วให้ช่างเกลี่ยดอกตามลำดับความสำคัญ งานงบประหยัดควรทุ่มให้ชุดหน้าหีบซึ่งเป็นจุดที่แขกทุกคนมองเห็น งานงบกลางเพิ่มแจกันคู่หน้ารูปและดอกไม้หน้าเมรุวันเผา ส่วนงานงบสูงจึงขยายไปถึงซุ้มดอกไม้และการจัดเต็มศาลา

ตัวเลขที่ใช้วางแผนได้จริงคือชุดดอกไม้หน้าหีบเริ่มต้นหลักพันกลางถึงหมื่นต้นสำหรับงานทั่วไป ขยับขึ้นตามปริมาณดอกเด่นและความซับซ้อนของการจัด ขณะที่การจัดหน้าเมรุเต็มรูปแบบในวันฌาปนกิจมักเริ่มที่หลักพันปลายไปจนถึงหลายหมื่นบาทสำหรับงานใหญ่ อีกคำถามที่พบบ่อยคือควรจัดเองหรือจ้างร้าน คำตอบขึ้นกับเวลาและกำลังคนของครอบครัว การจัดเองประหยัดค่าแรงแต่ต้องมีคนตื่นไปรับดอกไม้ตั้งแต่เช้ามืดและดูแลความสดทุกวัน ครอบครัวส่วนใหญ่ในเมืองจึงเลือกจ้างร้านที่รวมค่าดอกไม้ การจัด และการดูแลตลอดงานไว้ในราคาเดียว ซึ่งเมื่อหักลบเวลาและความเหนื่อยแล้วมักคุ้มกว่า สิ่งที่ช่วยประหยัดได้มากที่สุดคือการเลือกดอกตามฤดูกาล เพราะดอกไม้นอกฤดูหรือดอกนำเข้าราคาสูงกว่าปกติมาก อีกทางคือแจ้งช่างว่ายึดโทนสีเป็นหลักแทนการระบุชนิดดอกตายตัว ช่างจะเลือกดอกโทนเดียวกันที่ราคาดีที่สุดในวันนั้นให้ ผู้ที่อยากเห็นขั้นตอนการจัดจริงทีละขั้น ตั้งแต่การวางโครงจนถึงการดูแลดอกไม้ให้สดตลอดงาน อ่านต่อได้ที่คู่มือจัดดอกไม้งานศพฉบับเต็มของเรา

ดอกไม้งานศพต่างศาสนา ใช้เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด งานพุทธไทยยึดโทนขาวเขียวและใช้ดอกไม้ได้หลากชนิดตามที่กล่าวมา งานแบบจีนนิยมเบญจมาศขาวและเหลืองเป็นหลักและถือเรื่องสีแดงเป็นข้อห้ามเด็ดขาด ส่วนงานคริสต์เปิดกว้างเรื่องชนิดดอกมากกว่า นิยมลิลลี่ขาวและกุหลาบขาวจัดเป็นช่อหรือพวงมาลาแบบตะวันตก โทนสีสุภาพเช่นเดียวกัน

รายละเอียดที่ควรรู้เพิ่มคืองานแบบจีนมักหลีกเลี่ยงการใช้ดอกไม้จำนวนแปลกตามคติของแต่ละครอบครัว และให้ความสำคัญกับพวงหรีดจากลูกหลานเรียงตามลำดับอาวุโสหน้าศาลา ขณะที่งานคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์บางครอบครัวขอให้งดพวงหรีดแล้วเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแก่องค์กรการกุศลแทน ผู้ส่งดอกไม้จึงควรเช็กกับเจ้าภาพหรือประกาศของครอบครัวก่อนสั่งเสมอ สำหรับการดูแลดอกไม้ให้สวยตลอดงานหลายคืน เคล็ดลับสำคัญคือเปลี่ยนน้ำแจกันทุกวัน ตัดปลายก้านเฉียงใต้น้ำ และตั้งชิ้นงานเลี่ยงแดดกับลมแรง ซึ่งเราสรุปวิธีทั้งหมดไว้ในบทความการเลือกและดูแลดอกไม้หน้างานศพอย่างละเอียด

คำถามที่พบบ่อยเรื่องดอกไม้งานศพ มีอะไรบ้าง?

ถาม: ดอกไม้งานศพจำเป็นต้องเป็นสีขาวล้วนไหม ตอบ: ไม่จำเป็น โทนขาวคือมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุด แต่ปัจจุบันนิยมแซมโทนพาสเทลอ่อนอย่างม่วง ชมพูอ่อน หรือครีมทองได้ตามบุคลิกของผู้วายชนม์ บางครอบครัวเลือกโทนสีตามดอกไม้ที่ผู้ล่วงลับรักเป็นการรำลึกถึงอย่างมีความหมาย สีที่ควรเลี่ยงคือโทนแดงจัดและสีสดฉูดฉาด โดยเฉพาะในงานแบบจีน

ถาม: สั่งดอกไม้หน้าหีบล่วงหน้ากี่วันถึงจะทัน ตอบ: งานทั่วไปแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวันก็จัดทันเพราะร้านมืออาชีพมีดอกไม้หมุนเวียนทุกวัน แต่หากเป็นชุดใหญ่ ต้องใช้ดอกนำเข้า หรือจัดเต็มหน้าเมรุ ควรแจ้งล่วงหน้าสองถึงสามวันเพื่อให้ร้านสั่งดอกล็อตใหม่ได้ตรงสเปก กรณีเร่งด่วนภายในวันเดียวให้โทรคุยกับร้านโดยตรง ร้านจะเสนอแบบที่จัดได้จริงจากดอกที่มีในสต็อก

ถาม: ดอกไม้สดกับดอกไม้ประดิษฐ์ เลือกแบบไหนดี ตอบ: งานศพระยะสามถึงเจ็ดวันเหมาะกับดอกไม้สดที่สุดเพราะให้ความรู้สึกเคารพและสมเกียรติ ดอกไม้ประดิษฐ์เหมาะกับการประดับเสริมจุดที่เปลี่ยนดอกยาก หรืองานที่ตั้งศพนานเป็นพิเศษ ทางสายกลางที่หลายบ้านใช้คือโครงหลักเป็นดอกสดแล้วเสริมจุดรองด้วยดอกประดิษฐ์คุณภาพสูง ช่วยคุมงบโดยภาพรวมยังสวยครบ

ถาม: ดอกไม้ที่เหลือหลังจบงานทำอย่างไรได้บ้าง ตอบ: ดอกที่ยังสดสามารถนำไปถวายวัด แจกจ่ายให้แขกนำกลับ หรือนำไปตากแห้งเก็บเป็นที่ระลึกได้ ส่วนพวงหรีดผ้าหรือของใช้ ญาตินิยมบริจาคต่อให้วัดหรือมูลนิธิ การวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนจบงานช่วยลดขยะและทำให้ดอกไม้ทุกชิ้นเกิดประโยชน์ต่อเนื่องสมกับเจตนาของผู้ส่ง

ถาม: ค่าดอกไม้ทั้งงานควรตั้งงบเท่าไหร่ ตอบ: งานขนาดกลางในกรุงเทพฯ ส่วนของดอกไม้มักอยู่ที่หลักหมื่นต้นถึงหมื่นกลาง ครอบคลุมชุดหน้าหีบ แจกันหน้ารูป และดอกไม้หน้าเมรุวันเผา งานเรียบง่ายทำได้ในงบหลักพันปลาย ขณะที่งานใหญ่ที่จัดเต็มศาลาอาจถึงหลักแสน ตัวเลขจริงขึ้นกับชนิดดอก ปริมาณ และจำนวนวันสวด แนะนำให้แจ้งงบรวมกับร้านตรงๆ เพื่อรับแบบที่คุ้มที่สุดในงบนั้น

ข้อมูลตรวจสอบโดยทีม Boonforal ร้านดอกไม้และพวงหรีดงานศพ กรุงเทพฯ และปริมณฑล · อัปเดต กรกฎาคม 2569

BF
เกี่ยวกับ BoonForal — ทีมผู้เชี่ยวชาญพิธีศพ 25+ ปี
บทความนี้เขียนโดยทีมงาน BoonForal ผู้ให้บริการพวงหรีดและจัดดอกไม้พิธีศพในกรุงเทพและปริมณฑลมากว่า 25 ปี ดูแลพิธีศพมากกว่า 5,000 งาน
ติดต่อ: LINE @148zsiye · โทร 095-079-6187 (24 ชม.)

สนใจบริการของเรา?

สอบถาม/สั่งซื้อพวงหรีด ดอกไม้งานศพ ส่งทั่วกรุงเทพและปริมณฑล

สั่งซื้อผ่าน LINE